การใช้เทคโนโลยีข้อมูลทางสุขภาพ

การใช้เทคโนโลยีข้อมูลทางสุขภาพ การใช้เทคโนโลยีข้อมูลทางสุขภาพเพื่อจัดการกับข้อมูลทางสุขภาพส่วนบุคคลเป็นสิ่งสำคัญของการเปลี่ยนแปลงระบบการดูแลสุขภาพของเรา คุณและแพทย์จะจัดการกับการดูแลสุขภาพได้ดีกว่าโดยการทำให้การสื่อสารของพวกคุณดีขึ้น และมีวิธีการเก็บรักษาข้อมูลทางสุขภาพของคุณ

การใช้คอมพิวเตอร์และเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ แพทย์ และผู้ให้บริการทางสุขภาพคนอื่น ๆ (เช่น โรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ และหน่วย X-ray) ในการเก็บและเข้าถึงข้อมูลทางสุขภาพของคุณ การใช้คอมพิวเตอร์ในแนวทางนี้เรียกว่าเทคโนโลยีข้อมูลทางสุขภาพ (Health Information Technology-HIT หรือ Health IT)

การใช้เทคโนโลยีข้อมูลทางสุขภาพ

เทคโนโลยีข้อมูลทางสุขภาพอาจเป็นประโยชน์สำหรับ

– การลดการใช้กระดาษโดยลดความจำเป็นสำหรับบันทึกทางการแพทย์ที่เขียนด้วยมือ
– การลดความผิดพลาดทางการแพทย์โดยการส่งต่อข้อมูลที่ชัดเจนทางอิเล็กทรอนิกส์และกำจัดความผิดพลาดจากการอ่านลายมือแพทย์ผิด
– การลดค่าใช้จ่ายของการดูแลทางสุขภาพ โดยการลดความจำเป็นในการตรวจทางการแพทย์ซ้ำ ๆ โดยแพทย์แต่ละคน และลดการใช้เนื้อที่และเวลาของเจ้าหน้าที่ในการเก็บรักษาบันทึกทางการแพทย์
– การปรับปรุงคุณภาพการดูแลของคุณให้ดีขึ้นโดยลดความผิดพลาดทางการแพทย์และให้ความแน่นอนว่าผู้ดูแลทางสุขภาพของคุณทั้งหมดจะมีข้อมูลที่แม่นยำและเป็นลำดับเวลา

ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีข้อมูลทางสุขภาพจะมีการใช้งานมากมายในระบบการดูแลสุขภาพ เทคโนโลยีข้อมูลทางสุขภาพที่สำคัญสามชนิดอาจส่งผลต่อคุณในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นที่ใช้การบันทึกทางสุขภาพส่วนบุคคล (Personal Heath Records-PHRs) และแพทย์จำนวนมากขึ้นที่ใช้บันทึกทางสุขภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Health Records-EHRs) และการสั่งจ่ายยาแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Rx)
บันทึกทางสุขภาพส่วนบุคคล

บันทึกทางสุขภาพส่วนบุคคลของคุณเป็นเอกสารออนไลน์ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ (และสุขภาพของสมาชิกในครอบครัวของคุณ) ที่คุณปรับปรุงอยู่เสมอเพื่อการอ้างอิงที่ง่ายขึ้น การใช้บันทึกทางสุขภาพส่วนบุคคลทำให้คุณสามารถติดตามข้อมูลทางสุขภาพของครอบครัวคุณได้ เช่น วันที่ลูกต้องรับวัคซีน การไปพบแพทย์ครั้งล่าสุด การเจ็บป่วยหนักและการผ่าตัด การแพ้ หรือรายการยาของครอบครัว

บันทึกทางสุขภาพส่วนบุคคลหลายชนิดใช้งานได้ง่าย และอาจได้รับโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจากกรมธรรม์สุขภาพของคุณ รัฐบาล คลินิกแพทย์ของคุณ และบริษัท โดยบริษัทบันทึกทางสุขภาพส่วนบุคคลบางบริษัทคิดค่าธรรมเนียมรายเดือนหรือรายปี และเนื่องจากบันทึกทางสุขภาพส่วนบุคคลของคุณเป็นแบบออนไลน์ คุณจึงสามารถเข้าไปจัดการข้อมูลจากที่ใดก็ได้ที่มีอินเทอร์เน็ต

เนื่องจากคุณสามารถเก็บ เรียกดู จัดการ และเผยแพร่ข้อมูลทางสุขภาพของคุณได้ทางอิเล็กทรอนิกส์ การมีบันทึกส่วนบุคคลจะทำให้คุณมีบทบาทมากขึ้นในการจัดการการดูแลสุขภาพของตัวเอง

บันทึกทางสุขภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์

บันทึกทางสุขภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นเอกสารคอมพิวเตอร์ที่ใช้โดยแพทย์ของคุณ เจ้าหน้าที่ของแพทย์ หรือทางโรงพยาบาล บันทึกแบบดังกล่าว (คล้ายกับบันทึกทางการแพทย์แบบกระดาษของเก่า) จะมีข้อมูลทางสุขภาพจากแพทย์และผู้ให้บริการทางการแพทย์อื่น ๆ บันทึกทางสุขภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ตามปกติแล้วจะมีข้อมูลเกี่ยวกับภาวะทางสุขภาพของคุณ การแพ้ การรักษา การทดสอบ และยา

บันทึกทางสุขภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดสามารถเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการทางการแพทย์นอกสถานที่ปฏิบัติงานของแพทย์ได้ เช่น ผู้เชี่ยวชาญ ห้องปฏิบัติการ ศูนย์การตรวจภาพ (x-rays, CT scans, MRI) และโรงพยาบาลท้องถิ่น

แพทย์จึงสามารถใช้ข้อมูลที่ทันต่อสถานการณ์ของคุณร่วมกับผู้ให้บริการอื่น ๆ เช่นเดียวกับการเข้าถึงการตรวจและข้อมูลทางโรงพยาบาลของคุณได้ง่ายและรวดเร็ว

เนื่องจากทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพของคุณสามารถเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องได้ บันทึกทางสุขภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยลดโอกาสผิดพลาดทางการแพทย์ได้ และอาจช่วยปรับปรุงคุณภาพการดูแลสุขภาพของคุณ บันทึกทางสุขภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์บางชนิดมีระบบเตือนติดตั้งไว้ด้วยเพื่อให้แพทย์ของคุณทราบเกี่ยวกับการแพ้ยาหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากปฏิกิริยาระหว่างยา

นอกจากนี้ บันทึกทางสุขภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์บางอย่างยังมีการแจ้งเตือนทางการแพทย์เพื่อเตือนให้แพทย์ของคุณตรวจบางอย่าง เช่น หากคุณเป็นเบาหวาน บันทึกทางสุขภาพเตือนแพทย์ให้ตรวจเท้าของคุณทุกครั้งหรือสั่งตรวจระดับน้ำตาลในเลือด

คุณอาจเชื่อมต่อบันทึกทางสุขภาพส่วนบุคคลเข้ากับบันทึกทางสุขภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ของแพทย์และแชร์ข้อมูลกันได้ ขึ้นอยู่กับชนิดของบันทึกทางสุขภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่แพทย์ของคุณใช้
การสั่งจ่ายยาแบบอิเล็กทรอนิกส์

การสั่งจ่ายยาแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือ eRx เป็นวิธีของแพทย์และผู้ให้บริการทางสุขภาพอื่น ๆ ในการส่งใบสั่งยาของคุณไปยังร้านขายยาทางอิเล็กทรอนิกส์ แทนที่จะเขียนใบสั่งยาให้กับคุณและให้คุณเอามันไปที่ร้านขายยา แพทย์จะสั่งยาให้ผ่านทางคอมพิวเตอร์ที่คลินิก ซึ่งจะส่งใบสั่งยาที่ได้รับการป้องกันไว้แล้วไปยังเภสัชกรของคุณ

การสั่งจ่ายยาแบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยในการ

หลีกเลี่ยงความผิดพลาดเนื่องจากลายมือของแพทย์ หรือการอ่านตัวย่อในการสั่งยาของแพทย์โดยเภสัชกรผิดพลาด
หลีกเลี่ยงปฏิกิริยาระหว่างยาที่เป็นอันตรายโดยการแจ้งให้แพทย์ทราบว่ายาที่สั่งอาจมีปฏิกิริยากับยาที่คุณกำลังใช้อยู่
ทำให้แพทย์เห็นว่ายาใดบ้างที่อยู่ในการครอบคลุมของประกันสุขภาพของคุณ เพื่อให้แน่ใจว่ายาที่สั่งไปนั้นอยู่ในความครอบคลุมของประกัน

ประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย

เมื่อเวลาผ่านไป ข้อมูลทางสุขภาพทั้งหมดของคุณจะอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่เพียงสำหรับคุณและแพทย์ของคุณเท่านั้น แต่สำหรับผู้ให้บริการทางสุขภาพอื่น ๆ และประกันสุขภาพของคุณด้วย

เนื่องจากผู้คนและหลายองค์กรอาจเข้าถึงข้อมูลทางสุขภาพได้ จึงมีความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของอุปกรณ์เทคโนโลยีทางสุขภาพ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการฝ่าฝืนความปลอดภัยในโรงพยาบาลและคลินิกหลายแห่ง ทำให้เกิดการสวมรอยทางการแพทย์ การเข้าถึงข้อมูลทางสุขภาพของคุณอาจทำให้ผู้กระทำผิดได้รับสิทธิในการบริการทางการแพทย์ภายใต้ชื่อของคุณได้

จากกฎหมายคุ้มครองข้อมูลและบริการทางสุขภาพ (Health Insurance Portability and Accountability Act-HIPAA) ในปี 1996 รัฐบาลกลางได้สร้างกฎที่เข้มงวดเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของคุณ HIPAA ทำให้คุณมีสิทธิเหนือข้อมูลทางสุขภาพของคุณ รวมถึงตั้งกฎและข้อจำกัดว่าผู้ใดบ้างที่สามารถเข้าดูและได้รับข้อมูลทางสุขภาพของคุณได้